Komson's profileThailand Happiness on EA...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Thailand Happiness on EARTHSimple Plan- You May Like or DON'T 11/1/2009 Take a breakไม่ได้อัพบลอกนานมาก หลังจากรถสุดรัก โดนชนหูห้อย
โดยที่หาคู่กรณีไม่ได้ ทำให้ว่าง อยู่บ้าน
อีกห้าวันกว่าจะเสร็จ ปาเข้าไปเกือบสองอาทิตย์
ก่อนหน้าโน้น (แสดงว่านานมาก) เข้าไปใน มอ แล้วไปลองใช้บริการ
ของกิจกรรมของนักศึกษา น่าภูมิใจ เด็ก เริ่มเอาวิชาที่เรียนมาประยุกต์
ให้เป็นเรื่องเป็นราว ชื่อโครงการ คือ take a break
วันนั้นทานจนลืมน้ำหนักไปเลย (เพราะมีคนจ่ายให้ อิอิ)
ขอให้ประสบความสำเร็จ ครับ 9/19/2009 ดอกขจรไปร้านส้มตำแสนอร่อย คนเป็นล้าน
ลืมไปว่าวันนี้ เป็นวันสารทเดือนสิบ คนเลยไปใช้บริการกันเยอะ
ไม่อยากคอยเพราะจะสามทุ่มแล้ว เลยกลับบ้านมาทำกับข้าวทานเองดีกว่า
อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสี่ยงกับผงชูรส และทำเอง วิจารณ์ไม่ได้
ผมเอาดอกโสน ต้มกับตับไก่ ใส่คนอร์ (อันที่ไม่มีส่วนผสมของผงชูรส)
ก่อนหน้านี้เคยต้มกับกระดูกหมู่อ่อน ดูวิธีการทำได้ แค่เปลี่ยนจาก
หมูมาเป็นตับ เพราะผมร่วง กลัวหัวล้าน ก่อนวัยอันควร
หวังว่า ตับไก่คงช่วยได้ (เล็กน้อย)
9/16/2009 ต้มปลากระป๋องกับใบชะมวงช่วงนี้ฝนตกบ่อยที่ภูเก็ต ดีหน่อย เพราะไม่ต้องรดน้ำต้นไม้
ต้นไม้แตกใบอ่อนเพราะได้น้ำ รวมทั้งต้นชะมวงที่ผมซื้อมาจาก
งานเกษตร ที่ มอ. หาดใหญ่เมื่อปีที่แล้ว ใบเต็มต้น แม้ว่าจะเด็ดไป
หลายครั้งแล้วก็ตาม (สงสัย เป็นต้นไม้ ซาดิสม์ ชอบความเจ็บปวด)
วันนี้มันเลยโดนเด็ดอีกครั้ง เพื่อเป็นเมนูมื้อเย็น
ปรกติใบชะมวงทีผมเคยทานจะต้มกับหมู แต่ไม่อยากทานกับหมูแล้ว
เลยเปลี่ยนเป็นปลากระป๋องแทน
(จริง ๆ แล้วปลากระป๋องซื้อมาคลุกข้าวให้เจ้าหวาน
ส่วนผสมมีตามภาพ ใบไม้นั่นคือใบชะมวงหน้าบ้าน ต้มใบชะมวงกับน้ำก่อน
อย่างที่เกริ่นตอนต้นว่ามันซาดิสม์ ต้องต้มให้มันเอาความเปรี้ยวออกมา
ส่วนมะนาวค่อยบีบใส่ตอนต้มส่วนผสมกับปลากระป๋องเรียบร้อยแล้ว
เสร็จล่ะ มื้อเย็นผม นาน ๆ ที กินใบไม้เปรี้ยว ๆ มั่งก็ดีเหมือนกัน
bon apati !!! 9/12/2009 แก้วใจมีไม่กี่ที่ในภูเก็ตที่มีความหลัง และเป็นที่ที่ผมชอบไป
นอกจากตลาดสด ที่เคยต้องไปเลือกซื้อของตอนตีห้าแล้ว
ก็มีร้านอาหาร 'แก้วใจ' ร้านอาหารธรรมดา เมื่อก่อนอยู่ตรงข้าม กสท.
แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้
ไปนั่งร้านนี้ ทุกที ก็มีความสุข ผมสั่งเมนูเดิมมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี
นั่นคือ ข้าวผัดปู ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่มันเป็นเมนูที่คนพิเศษผมเคยสั่งให้ทาน
(อู้วส์ มีเรื่องแบบนี้ด้วย หุ หุ หุ)
9/1/2009 แถวบ้านผมเลาะ"อ่างคลองจำไหร" ปีนน้ำตกผาดำ ชุ่มฉ่ำทะเลหมอก
คอลัมน์ ท่องทั่วไทยไปกับอปท. โดย สันต์ชิต ชิตวงศ์
ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เพิ่งเริ่มเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งสภาพธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์แห่งหนึ่งของภาคใต้ แต่ทริปนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย ทำตัวเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ โดยมีเส้นทางท่องเที่ยว 2 เส้นทาง คือ ริมอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร และน้ำตกผาดำ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของทะเลสาบสงขลา
เราออกจาก อ.หาดใหญ่ โดยทางรถยนต์ประมาณ 35 กิโลเมตร หรือหากเริ่มจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที ก็ถึงศาลาริมอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร หมู่ 6 ต.คลองหอยโข่ง "แกล้ว ห้าวหาญ" นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองหอยโข่ง พร้อมเครือข่ายรักษ์ป่าต้นน้ำผาดำ ที่นำทีมโดย "ประวิทย์ ทองประสม" ประธานเครือข่าย รอเราอยู่แล้ว และเริ่มเปิดทริปทันทีด้วยการเดินทอดสูดอากาศสดชื่นริมอ่างเก็บน้ำ ชมต้นไม้หายาก หรือจะนั่งตกปลาริมอ่าง หรือนำเรือออกไปตกปลากลางอ่างเก็บน้ำก็ได้ หากมีความสามารถมากพอก็อาจได้ปลาบึกตัวใหญ่มาเชยชม "แกล้ว" บอกว่า มาถึงที่นี่แล้วต้องร่วมกันปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาวังพา ป่าต้นน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะร่วมกันปลูกป่าด้วยกล้าไม้ที่ทางเครือข่ายจัดเตรียมเอาไว้ในโครงการปลูกป่าล้านต้น ซึ่งระหว่างที่ปลูกป่า สมาชิกเครือข่ายรักษ์ป่าต้นน้ำผาดำส่วนหนึ่งก็เริ่มลงมือหุงหาอาหารกลางวันสำหรับผู้มาเยือนด้วยเมนูพื้นเมือง ทั้งแกงกะทิไก่บ้านกับกล้วยป่า แกงเลียง แกงส้มปลาที่ตกได้จากอ่างเก็บน้ำ ผักหญ้าก็หาเก็บเอาจากป่า พอปลูกป่าเสร็จกลับถึงศาลา ก็ได้ลิ้มรสชาติอาหารรสจัดจ้าน
"ประวิทย์" เล่าให้ฟังระหว่างรับประทานอาหารกลางวันว่า เดิมชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อปกป้องป่าผาดำเอาไว้จากกลุ่มมอดไม้ นายทุน หลังพบว่าป่าถูกบุกรุกไปกว่า 3 หมื่นไร่ และนอกจากป้องกันรักษาป่าแล้ว ยังฟื้นฟูป่าต้นน้ำแห่งนี้ด้วย โดยขยายแนวคิดไปที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร่วมปลูกป่า ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชน และหน่วยงานต่างๆ กันมากขึ้น ซึ่งเส้นทางท่องเที่ยวใหม่นี้ไม่เน้นเรื่องเงิน แต่เน้นปลุกจิตสำนึกรักษ์ป่ารักษ์สิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวจึงมักสมทบเข้ากองทุนรักษ์ป่าของเครือข่าย เพราะเที่ยวและพักค้างแรมที่ฟรี จะมีบ้างก็ค่าอาหารการกินเท่านั้น หลังมื้อกลางวัน "ประวิทย์" พาไปที่น้ำตกผาดำ ซึ่งต้องผจญภัยไปตลอดเส้นทางประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นลงจากรถเดินเท้ามุ่งหน้าสู่น้ำตก ตลอดเส้นบรรยากาศเย็นสบาย ยิ่งเข้าสู่บริเวณน้ำตกก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของน้ำใสเย็น ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แม้จะเดินเท้ามาเกือบ 30 นาทีก็ตาม ยิ่งเมื่อน้ำตกอยู่ตรงหน้า ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะเป็นน้ำตกที่สูงถึง 8 ชั้น ทั้งชั้นเล็กชั้นน้อยไปจนถึงขนาดใหญ่ แหงนหน้ามองขึ้นไปจะเห็นหน้าผาที่น้ำตกลงมากระทบโขดหินถึง 3 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 80 เมตร ทำให้มีละอองน้ำสาดกระเซ็นตลอดเวลา เป็นภาพที่สวยงามหาดูได้ยาก โดยเฉพาะในหน้าแล้งที่มีน้ำตกลงมาตลอดเวลา
"มาถึงน้ำตกผาดำแล้วต้องขึ้นไปให้ถึงลานหินด้านบนสุดของน้ำตก ระยะทางอีก 1 กิโลเมตร ภาพที่ปรากฏตรงหน้างดงามราวกับภาพวาดของศิลปิน โดยเฉพาะยามอาทิตย์ใกล้อัสดง ซึ่งลานหินแห่งนี้จะเป็นที่พักค้างแรมของเราในคืนนี้ เพราะเตรียมมาพร้อมทั้งเต๊นท์ เครื่องนอน อุปกรณ์ภาคสนาม" "ประวิทย์" ย้ำให้รีบพักผ่อน รุ่งเช้าจะได้ตื่นมาสัมผัสกับไอหมอกบนทิวเขา ชมความสวยงามของดอกไม้ยามเช้า น้ำค้างบนยอดหญ้า และไม้แปลกตาหายาก ทำให้ย่ำรุ่งทุกคนต่างตื่นขึ้นมาเพื่อชมความงดงามของธรรมชาติ มองไปเบื้องล่างก็พบกับทะเลหมอกทั่วผืนป่าท่ามกลางอากาศหนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อหนาๆ และเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยการนั่งจิบกาแฟยามเช้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติให้เต็มที่ เพราะจากนี้ต้องเดินลงอีกรอบ เพื่อกลับไปสู่ความสับสนวุ่นวายในเมืองอีกครั้ง "แกล้ว" บอกว่า รองรับนักท่องเที่ยวมาแล้วหลายกลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่จะพักที่อ่างเก็บน้ำคลองจำไหร แล้วไปน้ำตกผาดำช่วงเช้า กลับออกมาช่วงเย็น แต่หากต้องการชมทะเลหมอกก็ต้องพักค้างแรม ซึ่งบรรยากาศไม่แพ้ทะเลหมอกภาคเหนือ สำหรับเส้นทางเดินค่อนข้างยากลำบากก็เพราะต้องการคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติ และต้องการให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภาคใต้อย่างแท้จริง อ่างเก็บน้ำคลองจำไหร และน้ำตกผาดำ ยินดีเปิดรับนักท่องเที่ยวที่อยากออกจากเมืองมาสู่ป่า สนใจติดต่อได้ที่ "ประวิทย์" โทร.08-9597-2430 และ จรัญ ช่วยเอียด" โทร.08-3657-8795 แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ทริปนี้ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม แต่งกายให้ทะมัดทะแมง ส่วนค่าใช้จ่ายไม่เน้น เพราะมุ่งเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ!!! ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชน วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11496 มติชนรายวัน ปล. ดูรูปแรก
ปล. บรรยากาศยามเย็น คงไม่ใช่พี่คนที่อยู่ในรูปนะครับ แต่เป็นบรรยากาศที่อ่างเก็บน้ำ |
|
||||||
|
|